กาญจน์อ่วม!พายุ'คมปาซุ'แผลงฤทธิ์หลายพื้นที่น้ำท่วม-ถนนขาดอ่างเก็บน้ำลำตะเพินปริมาณเกินความจุ

วันที่ 17 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี เนื่องจากได้รับรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทั้งวันทั้งคืน ได้ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงจากยอดเขาเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน ทำให้ถนนบางแห่งถูกตัดขาดจากโลกภายนอก พื้นที่ทางการเกษตรเสียหาย ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของ อ.หนองปรือ ได้ออกสำรวจพื้นที่พบว่าน้ำป่าได้ไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 21 หมู่บ้าน ใน 3 ตำบลของ อ.หนองปรือ รวมถึงยังท่วมถนนอีกหลายสาย โดยเฉพาะที่บริเวณบ้านม่วงเฒ่า หมู่ 4 ต.สมเด็จเจริญ อ.หนองปรือ น้ำป่าได้ไหลหลากเข้าท่วมถนนสายบ้านปลักประดู่-พุบอน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี กับ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ปริมาณน้ำสูงประมาณ 1เมตร และไหลเชี่ยวอย่างรุนแรง ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.หนองปรือ ต้องนำป้ายเครื่องหมายห้ามผ่านเพราะน้ำท่วมมาติดตั้ง พร้อมปิดกั้นการจราจรบริเวณดังกล่าว ทำให้ประชาชนทั้ง 2 อำเภอไม่สามารถไปมาหาสู่กันได้ เมื่อสอบถามผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งใหญ่สุดในรอบกว่า 30 ปี ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะพิ้นที่การเกษตร รวมไปถึงถนนอีกหลายสาย จึงอยากฝากเตือนไปถึงผู้ใช้รถใช้ถนนที่จะผ่านเข้ามาในพื้นที่ อ.หนองปรือ ให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากมีน้ำท่วมถนนหลายจุด รวมทั้งประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ในพื้นที่ลุ่ม ให้เตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เนื่องจากเกรงว่าหากฝนยังตกลงมาไม่หยุดเช่นนี้ ปริมาณน้ำจะยิ่งท่วมสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ที่บ้านหนองแว่น หมู่ 1 ต.หนองปรือ อ.หนองปรือ ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะเพิน ซึ่งมีความจุมากกว่า 50 ล้านลูกบาศก์เมตร เกินความจุจนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร และพื้นผิวถนน ทำให้ถนนบ้านหนองผักแว่น ซึ่งเชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณริมอ่างเก็บน้ำลำตะเพิน ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ยวดยานพาหนะขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางมาเที่ยวพักผ่อนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์พักอยู่ที่จุดกางเต็นท์จำนวนกว่า 60 แห่ง รอบๆ อ่างเก็บน้ำลำตะเพิน ต้องตกค้างอยู่ในพื้นที่ไม่สามารถเดินทางออกมาได้ เจ้าหน้าที่ต้องจัดรถไถ และรถสไลด์ ฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก เข้าไปรับนักท่องเที่ยว และขนย้ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ออกมาจากบริเวณจุดกางเต็นท์ เนื่องจากเกรงว่า หากในค่ำคืนนี้ฝนยังตกลงมาต่อเนื่องอีกระลอกหนึ่ง ระดับน้ำที่ท่วมพื้นผิวถนนจะเพิ่มปริมาณสูงขึ้น จะทำให้นักท่องเที่ยวต้องตกค้างอยู่ในพื้นที่นานกว่าเดิม ส่วนที่ อ.ทองผาภูมิ นายนภเดช เกลียวศิริกุล นายอำเภอทองผาภูมิ เปิดเผยว่า “ตลอดทั้งวันทั้งคืนที่ผ่านมาฝนได้ตกลงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุทำให้เกิดดินสไลด์ลงมาจากไหล่ภูเขาปิดทับถนน โดยเฉพาะบริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3272 กม.ที่ 40+700 น้ำป่าได้ไหลกัดเซาะถนนทรุดหายไปครึ่งช่องทางการจราจร และบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 4-5 เกิดดินสไลด์ความยาวประมาณ 15 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงชนบท รวมทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ กำลังเข้าดำเนินการซ่อมแซมเพื่อให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม แต่ระหว่างนี้ ขอให้ประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวหยุดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่บ้านอีต่อง ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมั่นใจในความปลอดภัย” ด้านนายเจริญ ใจชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ กล่าวว่า “จากกรณีดินสไลด์ทำให้ต้นไม้หักโค่นขวางถนน และน้ำป่ากัดเซาะถนนได้รับความเสียหายหลายจุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้เข้าตรวจสอบจุดแรกบบริเวณทางหลวงชนบทสาย 3272 กม.40+800(บ้านไร่เชิงเขา)พบถนนถูกน้ำกัดเซาะเสียหายครึ่งช่องทางจราจร จุดที่ 2.ตรวจสอบเส้นทางหลวงชนบท สาย กจ. 4088 (บ้านไร่-อีต่อง) มีต้นไม้ล้ม ดินสไลด์บริเวณ กม.1+800 (จุดสกัดบ้านไร่เชิงเขา)ยาวประมาณ 15 เมตร และจุดที่ 3 กม.2+100 ยาวประมาณ30 เมตร เจ้าหน้าที่หน่วยฯ.ทภ.5(บ้านไร่) ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงประสานไปกรมทางหลวงชนบท 4088 นำเครื่องจักรกลหนักเข้ามาดำเนินการเปิดเส้นทาง และประสานงานกับสำนักงาน ปภ.จังหวัดกาญจนบุรี สาขาทองผาภูมิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการตัดต้นไม้ที่ล้มขวางถนนเพื่อเคลียร์เส้นทางการจราจร เพื่อให้รถนักท่องเที่ยวและประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติให้เร็วที่สุด

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐