ญี่ปุ่นกับบทบาทที่เสื่อมถอย

ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ / ทหารประชาธิปไตยญี่ปุ่นได้รับฉายาว่าเป็นดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย ซึ่งชื่อของญี่ปุ่นตามอักษรคานจิ (อักษรจีน) นิฮอน หมายถึงการเปิดดวงอาทิตย์ แต่ในช่วง 5 ทศวรรษหลังนี้ สถานะของญี่ปุ่นที่เคยรุ่งเรืองประดุจพระอาทิตย์ขึ้น กำลังกลายเป็นอาทิตย์อัสดง หรืออาทิตย์ตกประการแรกญี่ปุ่นเผชิญกับการหยุดชะงัก หรือเติบโตเชื่องช้ามากทางเศรษฐกิจมาเป็นระยะเวลานาน อัตราการเติบโต ส่วนใหญ่ไม่เกิน 1% ของ GDP อัตราเงินเฟ้อแม้ไม่สูงมาก แต่ค่าครองชีพสูง และสัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มมากขึ้นจนเข้าสู่ช่วงสังคมสูงวัย (Aging Society) ซึ่งมีผลทำให้กำลังแรงงานในการผลิตมีสัดส่วนลดลงตรงนี้มีเรื่องเล่าให้ฟังพอสังเขป เพื่อฟื้นความจำถึงเหตุการณ์ในช่วงปลายยุคโชวะ ตอนนั้นญี่ปุ่นเกิดทุพภิกขภัยที่รุนแรง ขาดแคลนพืชพันธุ์ธัญญาหาร จนทำให้ครอบครัวคนยากจนในชนบทอดอยากยากแค้น จนทำให้หลายครอบครัวต้องแบกเอาพ่อ-แม่ที่แก่ชรามากไปทิ้งในป่า เช่น บริเวณป่าแถวๆภูเขาฟูจิ เพื่อลดภาระในส่วนแบ่งอาหาร นั่นเป็นภาพที่น่าสังเวชอย่างมากในปัจจุบันคงไม่มีแบบนั้นอีกแล้ว แต่มันเป็นภาระที่หนักของกองทุนสวัสดิการสังคม และมีผลทำให้คนสูงอายุหลายคนต้องหันกลับมาหางานทำ หรือยอมติดคุกด้วยการกระทำผิดเล็กน้อย เช่น การลักขโมย เพราะอย่างน้อยก็มีที่อยู่อาศัยและมีอาหารกิน ในบางกรณีคนแก่ที่อยู่คนเดียว หรืออยู่กับลูกหลานที่ต้องออกไปทำงานหนักทุกวัน เมื่อเสียชีวิตก็ถูกทิ้งให้แห้งตาย เพราะไม่มีเงินทำศพแน่นอนเรื่องแบบนี้ย่อมเกิดกับครอบครัวที่ยากจน ซึ่งก็มีจำนวนไม่น้อยในญี่ปุ่นนอกจากนั้นเทคโนโลยีของญี่ปุ่นที่เคยก้าวล้ำเป็นอันดับต้นๆของโลก เทียบเทียมหรือบางครั้งเหนือกว่าสหรัฐฯด้วยซ้ำ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์กับพวกเครื่องใช้ในบ้าน ตอนนี้ถูกทั้งเกาหลีใต้และจีนแซงไปแล้วญี่ปุ่นที่เคยใช้เครื่องจักรสำคัญในการฉุดให้เศรษฐกิจเติบโต เมื่อตอนต้นๆศตวรรษถึงกลางศตวรรษที่ 20 ก็เลยมีปัญหาที่เศรษฐกิจเริ่มถดถอย และรัฐบาลก็เริ่มใช้วิธีการอัดฉีดเพื่อพยุงเศรษฐกิจด้วยนโยบายขาดดุล และทำอย่างนี้ตลอดมา จนปัจจุบันหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นเกินกว่า 200% ของ GDP ซึ่งหมายความว่าทุก 100 เยน ที่รัฐบาลหาได้ต้องจ่ายหนี้ 200 เยน มันจึงเป็นหนี้ทบต้นที่เป็นดินพอกหางหมู แต่โชคดีที่ดอกเบี้ยของญี่ปุ่นต่ำมาก หลายส่วนเป็นศูนย์และติดลบคือเก็บค่าฝากเงิน เช่น การไปรษณีย์ญี่ปุ่นอย่างไรก็ตามในแง่ของประชาชนญี่ปุ่นนั้นมีนิสัยมัธยัสถ์ อดออมจึงมีอัตราการออมในอัตราที่สูง และหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับต่ำจึงทำให้ยังทรงตัวเป็นประเทศรายได้สูงอยู่ในด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ญี่ปุ่นที่เคยลงทุนจำนวนมากในสหรัฐฯและยุโรป ก็เริ่มมีปัญหาจากการแข่งขันของจีน ทำให้ต้องแสวงหาแหล่งลงทุนใหม่ๆที่จะนำรายได้เข้าประเทศให้มากขึ้น แต่หลายที่ก็ถูกจีนแซงไปลงทุนก่อนแล้ว เช่น ในแอฟริกาที่มีประเทศถึง 54 ประเทศ มีทรัพยากรมากทว่ายากจนสำหรับประเทศไทย ในช่วง 5 ปี ที่ญี่ปุ่นเริ่มถอนตัวออกไปลงทุนในประเทศอื่นๆ ที่มีศักยภาพมากขึ้น เช่น เวียดนาม หรืออินโดนีเซีย ทั้งนี้การที่ญี่ปุ่นถอนตัวจากไทย เพราะบรรยากาศทางการเมืองไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับการลงทุนหลักของญี่ปุ่นในประเทศไทย คือ อุตสาหกรรมรถยนต์ ที่เรามีแรงงานฝีมือราคาไม่แพง ประกอบกับมีโรงงานชิ้นส่วนอีกจำนวนมากที่เป็นซัพพลาย เชน ให้อุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่นแต่พอเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์เปลี่ยนแปลงไปจากรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ที่ใช้พลังงานจากน้ำมันปิโตเลียม มาเป็นรถไฟฟ้า สิ่งที่เคยเอื้อต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในอดีตก็หมดไป ญี่ปุ่นจึงต้องแสวงหาที่ใหม่ๆเพื่อลงทุนใหม่ๆ ซึ่งมองว่าอาจจะคุ้มค่ากว่าการมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมในทางการเมืองระหว่างประเทศ และการทหาร การที่ญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นกับสหรัฐอเมริกา ทำให้ญี่ปุ่นต้องถูกลากเข้าไปในความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะในทะเลจีนใต้ และถูกกำหนดบทบาทให้เป็น 1 ใน 4 ของจตุมิตรของสหรัฐฯในยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก ซึ่งมีอินเดีย ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ก็มีสภาพไม่สู้ดีนัก เพราะญี่ปุ่นเคยบุกเข้ายึดครองเกาหลีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และทำทารุณกรรมกับชาวเกาหลีเอาไว้มาก และยังไม่ได้ขอโทษอย่างเป็นทางการเลยในอีกด้านของประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นก็ได้บุกยึดแมนจูเลียและบางส่วนของจีน ซึ่งก็ได้ทำทารุณกรรม และทดลองเชื้อโรคกับชาวจีนเพื่อเตรียมทำสงครามเชื้อโรค จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้มีการขอโทษอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งในเกาะเตียวหยู หรือเซนตากุ ที่ยังตกลงกันไม่ได้ยิ่งไปกว่านั้นญี่ปุ่นยังถูกรัสเซียที่ประกาศสงครามก่อนการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เพียง 1วัน จวบจนปัจจุบันได้ยึดบางส่วนของหมู่เกาะคูลิล ซึ่งอยู่ติดกับเกาะสะขะรินของรัสเซียไว้ประเด็นเรื่องหมู่เกาะคูลิลนี้ มีข่าวจากรัสเซียว่ายินดีคืนหมู่เกาะนี้ให้ญี่ปุ่น ถ้าญี่ปุ่นจะให้สหรัฐฯถอนฐานทัพทั้งหมดออกจากญี่ปุ่น ซึ่งรัสเซียถือว่าเป็นภัยคุกคามตน เจอมุกนี้ญี่ปุ่นถึงกับอึ้งอย่างไรก็ตามความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ และในทะเลจีนตะวันออก นั่นคือปัญหาเรื่องไต้หวันที่ญี่ปุ่นให้การสนับสนุนตามสหรัฐฯ กับการที่ญี่ปุ่นอ้างว่ารัสเซียได้ส่งเครื่องบินรบไปล่วงล้ำน่านฟ้าญี่ปุ่นแถวคูลิล ทำให้ญี่ปุ่นมีความจำเป็นและเร่งรีบที่จะต้องขยายแสนยานุภาพทางทหาร ซึ่งญี่ปุ่นก็มีข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญที่กำกับไว้ด้วยงบประมาณทางทหาร ซึ่งปัจจุบันมีการขยับสูงกว่า 2% ของ GDP แต่มันก็ยังไม่พออนึ่งรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นก็ยังห้ามไม่ให้มีการจัดตั้งกองทัพ ซึ่งปัจจุบันญี่ปุ่นก็เลี่ยงไปเป็นกองกำลังป้องกันประเทศ แต่ก็ยังไม่สามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ หรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของตนเองได้แถมยังถูกข่มขู่ด้วยอาวุธนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือด้วยสถานการณ์ทั้งหลายที่กดดันญี่ปุ่น โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ญี่ปุ่นไม่อาจควบคุมได้ ทั้งที่คนญี่ปุ่นมีวินัยในด้านสุขอนามัยสูง นั่นย่อมแสดงว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยวัคซีน หรือการล็อกดาวน์ได้ ทำให้นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายซูงะ ต้องประกาศลาออก ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ โดยอ้างว่าตนเองต้องการเน้นในการแก้ปัญหาโควิด โดยไม่ต้องกังวลกับการเมืองในความเป็นจริง นายซูงะ ถูกกดดันทางการเมืองภายในของพรรค LDP ที่ครองอำนาจกันมานานเกือบต่อเนื่อง เพราะเดิมเขามีมุ้งที่สนับสนุนให้เป็นประธานพรรค 5 มุ้ง และได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เนื่องจากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาโควิด-19 ทำให้คะแนนเสียงตกอย่างมาก มุ้งใน LDP ที่เคยสนับสนุนเขาตอนนี้เหลืออย่างมากแค่ 2 มุ้งเท่านั้นทั้งนี้เพราะกลัวจะแพ้ในศึกเลือกตั้งในเดือนตุลาคม จนทำให้ต้องมีการเลือกประธานพรรคใหม่ และไม่แน่ว่าอาจได้นายกรัฐมนตรีหญิงเป็นคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ก็ได้ทว่าแรงกดดันภายนอกนั่นคือ การที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญหน้ากับจีนและรัสเซีย ในขณะที่ความหวังจะพึ่งพาสหรัฐฯก็ลดลงอย่างมาก เมื่อสหรัฐฯต้องถอนทหารจากอัฟกานิสถานและไบเดนประกาศว่าสหรัฐฯจะเลิกเป็นตำรวจโลกแล้วเพราะถังแตก และทำให้ยุโรปมีแผนต้องตั้งกองกำลังของตนเอง ญี่ปุ่นจึงจำเป็นต้องขยายแสนยานุภาพ ซึ่งก็มีข้อจำกัดดังกล่าวมาแล้วประการสุดท้ายที่ทำให้ญี่ปุ่นเสียชื่อระหว่างประเทศ คือ การระบายน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังษี จากโรงงานเซนไดที่ฟูกูจิมะ ลงทะเลทำให้น้ำทะเลปนเปื้อนเป็นวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล อันจะเป็นอันตรายต่อการที่มนุษย์จะบริโภค สุดท้ายการแพร่ระบาดของโควิดในญี่ปุ่นที่ผ่านมาและยังคงรุนแรงอยู่ทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อญี่ปุ่นไม่เบาเลย

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐