ป.ป.ท.เห็นฟ้องอัยการไม่อุทธรณ์คดีส่วยร้านโจโจ้ซังคาราโอเกะหลังศาลลงโทษตำรวจ6นาย

วันที่ 1 ต.ค. คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติเห็นชอบไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3คดีนี้ได้มีการกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจ 6 นาย ว่ากระทำการทุจริตในภาครัฐ โดยมีราษฎร 1 คน เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด กล่าวคือ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและทางราชการโดยรวม ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินเป็นเงินสดจากเจ้าของผู้มีชื่อหรือผู้ดูแลร้านโจโจ้ซังคาราโอเกะ สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 หรือบุคคลใดไม่ปรากฏชัด เพื่อผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ไม่ดำเนินการสืบสวนเกี่ยวกับการกระทำความผิดอาญาตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีและการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นภายในร้านดังกล่าว ซึ่งเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ในตำแหน่งของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 โดยมีผู้ถูกกกล่าวหาที่ 4 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ด้วยการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร แล้วมอบสมุดบัญชีเงินฝากดังกล่าวให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ไว้ใช้ เพื่อรับโอนเงินจากการกระทำความผิดของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นเหตุให้ผู้ดูแลร้านโจโจ้ซังคาราโอเกะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ครั้งละ 5,000 บาทคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาในคราวประชุมครั้งที่ 68/2561 เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2561 มีมติว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 157 มาตรา 91 และเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 79 (1) และการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องและได้ยื่นฟ้องผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นจำเลยที่ 1 และผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 เป็นคดีนี้ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2564 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เดิม) จำคุก 5 ปี 3 เดือน และปรับ 39,990 บาท จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 จำคุก 3 ปี 6 เดือน และปรับ 26,660 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 2 ปี 7 เดือน 15 วัน และปรับ 19,995 บาท และลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 1 ปี 9 เดือน และปรับ 13,330 บาท โทษจำคุกจำเลยทั้งสองให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 5 ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยทั้งสองไว้มีกำหนดคนละ 4 ปี โดยให้จำเลยทั้งสองไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติคนละ 3 เดือนต่อครั้ง ตลอดระยะเวลาที่คุมความประพฤติ ให้จำเลยทั้งสองละเว้นการประพฤติใดอันอาจนำไปสู่การกระทำความผิดในทำนองเดียวกันอีก และให้จำเลยทั้งสองทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่จำเลยทั้งสองและพนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลาคนละ 144 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลาที่คุมความประพฤติหากจำเลยทั้งสองผิดเงื่อนไขให้พนักงานคุมประพฤติรายงานศาลเพื่อเปลี่ยนโทษจำคุกที่รอไว้เป็นโทษจำคุกทันที ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56, 57 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นให้ยกพนักงานอัยการพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบแล้ว มีคำสั่งไม่อุทธรณ์คณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 มีมติเห็นชอบไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ตามความเห็นของพนักงานอัยการ สำหรับคดีส่วยร้านโจโจ้ซัง คาราโอเกะ เกิดเหตุเมื่อ ปี พ.ศ.2558 ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิด ‘ปฏิบัติการดอกบัวงาม’ เข้าตรวจสอบจับกุมร้านคาราโอเกะ อ.โขงเจียม พร้อมรวบหญิงขายบริการ 43 คน พบอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 6 คน     เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 16 ธันวาคม 2558 ที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยกำลังสมาชิก อส. เปิด “ปฏิบัติการดอกบัวงาม” เข้าตรวจสอบจับกุมร้านคาราโอเกะบริเวณติดกับสะพานข้ามแม่น้ำมูลทั้งสองฝั่ง บนทางหลวงชนบทหมายเลข 2173 อ.โขงเจียม-อ.คำเขื่อนแก้ว อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการล่อซื้อประเวณีหญิงบริการของร้านคาราโอเกะ ได้แก่ ร้านโจโจ้ซัง คาราโอเกะ ร้านกิ่งแก้ว คาราโอเกะ ร้านทวีทรัพย์ คาราโอเกะ ร้านบุษบา คาราโอเกะและร้านใกล้เคียงรวม 7 ร้าน    จากการตรวจสอบร้านโจโจ้ซัง คาราโอเกะ มีหญิงบริการ 8 คน อายุต่ำกว่า 18 ปี 1 คน ร้านกิ่งแก้ว คาราโอเกะ มีหญิงบริการ 7 คน อายุต่ำกว่า 18 ปี 1 คน ร้านทวีทรัพย์ คาราโอเกะ มีหญิงบริการ 7 คน อายุต่ำกว่า 18 ปี 2 คน ร้านบุษบา คาราโอเกะ มีหญิงบริการ 5 คน อายุต่ำกว่า 18 ปี 2 คน ร้านชัญญพร คาราโอเกะ มีหญิงบริการ 4 คน อายุเกินกว่า 18 ปีทั้งหมด ร้านเจริญทรัพย์ คาราโอเกะ มีหญิงบริการ 9 คน อายุเกินกว่า 18 ปีทั้งหมด และร้านสายลมเย็น คาราโอเกะ มีหญิงบริการ 3 คน อายุเกินกว่า 18 ปี รวมหญิงบริการทั้งหมด 43 คน อายุต่ำกว่า 18 ปี 6 คน เบื้องต้นตั้งข้อหาเจ้าของร้าน ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตั้งสถานค้าประเวณีผิดกฎหมาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันสอบสวนเพื่อดำเนินคดีฐานค้ามนุษย์ต่อไป นายมานะ สิมมา ผู้อำนวยการสอบสวนคดีอาญา กรมการปกครอง เปิดเผยว่า มูลนิธิพิทักษ์สตรี(AAT) ได้รับร้องเรียนว่า ในพื้นที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี มีร้านคาราโอเกะจำนวนมาก นำผู้หญิงชาวลาวเข้ามาค้าประเวณีอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย และเป็นที่รู้จักกันดีของนักเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ จากการตรวจสอบของมูลนิธิพิทักษ์สตรี พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องเป็นผู้ดูแลช่วยเหลือการประกอบกิจการ และการทำเอกสารเข้าเมืองและเอกสารการทำงานให้กับหญิงบริการชาวลาวของร้านคาราโอเกะเหล่านี้ รวมทั้งยังพบว่ามีการนำเด็กหญิงชาวลาวอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาแอบแฝงค้าประเวณีอยู่ด้วย โดยเด็กหญิงชาวลาวอายุต่ำกว่า 18 ปี มีการทำหลักฐานการเข้าเมืองอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารสำมะโนครัวมาจากประเทศลาว ในส่วนของอายุเพื่อให้ระบุอายุว่าเกินกว่า 18 ปี เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดฐานเกี่ยวกับการทำงานของคนต่างด้าวและความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ มูลนิธิพิทักษ์สตรีจึงเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบการประกอบกิจการของร้านคาราโอเกะในพื้นที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และ อ.โขงเจียม นำกำลังสมาชิก อส. เปิด “ปฏิบัติการดอกบัวงาม” ซึ่งจากการตรวจสอบภายในร้านโจโจ้ซัง คาราโอเกะ พบหลักฐานการจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เข้าทำการสอบสวนแล้ว ก่อนศาลจะตัดสินลงโทษตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้ง 6 นาย

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐