ก.แรงงานเตือนนายจ้าง/สถานประกอบการไม่ใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายย้ำมีโทษร้ายแรง

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า จากความห่วงใยของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงานในเรื่องสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด -19 ว่าจะกลับมาปะทุอีกครั้ง หลังพบกลุ่มคนต่างด้าวหลบหนีเข้าประเทศไทยทางพรมแดนธรรมชาติ เพื่อลักลอบเดินทางไปทำงานยังกรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑล ที่มีประชาชนอยู่อย่างหนาแน่น ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 จากภายนอกประเทศ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จึงมอบหมายกรมการจัดหางานตรวจสอบและลงพื้นที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันเหตุดังกล่าว และย้ำเตือนนายจ้างสถานประกอบการว่าการใช้แรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองอย่างไม่ถูกต้องมีความผิดตามกฎหมายทั้งนายจ้างและลูกจ้างชาวต่างด้าว

“ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบการฝ่าฝืนกฎหมาย นายจ้างที่จ้างคนต่างด้าวโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี และคนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ จะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และถูกผลักดันส่งกลับ โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 -30 กันยายน 2564 กรมการจัดหางานมีการตรวจสอบนายจ้าง/สถานประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าว จำนวน 42,555 ราย ดำเนินคดี 1,047 ราย ตรวจสอบคนต่างด้าว จำนวน 585,828 ราย ดำเนินคดี 1,437 ราย รวมค่าปรับเป็นเงิน 5,447,250 บาท ซึ่งขอฝากคำเตือนถึงนายจ้างว่าแรงงานต่างด้าวกลุ่มที่หลบหนีเข้าเมืองนั้น ไม่ได้รับการตวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทยจากเจ้าหน้าที่ ทำให้ตัวนายจ้าง/สถานประกอบการ และชุมชน มีความสุ่มเสี่ยงที่จะรับเชื้อและเกิดเป็นคลัสเตอร์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกิจการของนายจ้างเอง ชุมชน หรือลุกลามเกิดความเสียหายในระดับประเทศ”

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐