อัฟกานิสถานภายใต้การปกครองของตาลีบัน

ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ / ทหารประชาธิปไตย

อัฟกานิสถานเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล และแม้ว่าจะถูกจัดให้เป็นกลุ่มประเทศในเอเชียใต้ แต่อัฟกานิสถานก็นับเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับเอเชียกลาง และเป็นทางผ่านจากตะวันตกคือยุโรปและตะวันออกคือจีน

ในอดีตอเล็กซานเดอร์ยกทัพไปตีอินเดียก็ต้องผ่านอัฟกานิสถาน เจงกิสถานจะไปตียุโรปก็ต้องผ่านอัฟกานิสถาน ซึ่งก็ได้รับการต่อต้านจากชาวอัฟกันอย่างรุนแรง และด้วยประสบการณ์ที่สั่งสม ชาวอัฟกันจึงเป็นนักรบโดยกำเนิด

แม้พื้นที่ทางภูมิศาสตร์จะทุรกันดาร มีภูเขาหุบเขาและหินผาจำนวนมาก แต่ก็อุดมไปด้วยแร่ธาตุหายากและอัญมณี

นอกจากนี้ยังเคยเป็นแหล่งเพาะบ่มของศาสนาพุทธที่ต้องลี้ภัยหนีการปราบปรามเข่นฆ่าจากอินเดียที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดูในขณะนั้น และเมื่อมีการเผยแผ่ศาสนาอิสลามมายังพื้นที่นี้ อัฟกานิสถานก็กลายเป็นอู่อารยธรรมแห่งหนึ่งในโลกอิสลาม

อัฟกานิสถานมีอาณาเขตทางทิศตะวันตกจรดประเทศอิหร่าน ทิศใต้และตะวันออกติดปากีสถาน ทิศเหนือติดประเทศเติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน และทาจีกิสถาน และยังมีพื้นที่ยื่นยาวไปติดจีนที่ซินเกียง มีอาณาเขต 652,000 ตร.กม. คือเล็กกว่าประเทศไทยเล็กน้อย แต่มีประชากรเพียง 39 ล้านคน เพราะพื้นที่บางส่วนไม่เหมาะต่อการอยู่อาศัย เนื่องจากเป็นโขดเขาหินผา

ประชากรส่วนใหญ่จะเป็นชนเผ่าปุกตุน หรือจะเรียกว่าปาทานรองลงมาก็เป็นเผ่าพันธุ์ทาจิก เติร์กมาน และอื่นๆ

คราวนี้ก็มาทำความรู้จักกับตอลิบาน หรือตาลีบัน ที่ในขณะนี้ได้เข้ามาครอบครองประเทศ โดยยึดเมืองหลวงคาบูลได้แล้ว

ฎอลิมาน หรือตาลีบันเป็นภาษาปุกตุน(ปาทาน) แปลว่า นักเรียน หรือผู้แสวงหา กลุ่มคนเหล่านี้พื้นเดิมเป็นนักศึกษาศาสนา อยู่ตามโรงเรียนสอนศาสนาต่างๆ จึงเป็นผู้ที่เคร่งครัดศาสนาเป็นอย่างยิ่ง

ครั้นอยู่มาวันหนึ่งสหภาพโซเวียตได้เคลื่อนพลเข้ามาโดยคำเชื้อเชิญของประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน ที่ได้รับการสนับสนุนจากโซเวียต เพื่อมาค้ำบัลลังก์ของตน โดยไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนส่วนใหญ่ ชาวอัฟกันโดยเฉพาะปุกตุน ซึ่งเป็นนักรบโดยสายเลือดอยู่แล้ว จึงลุกขึ้นสู้ แม้จะมีอาวุธที่ล้าสลัย แต่ก็อาศัยภูมิประเทศที่สลับซับซ้อน เต็มไปด้วยโขดผา

สหรัฐฯเห็นช่องทางที่จะทำให้โซเวียตติดหล่มสงคราม จึงได้ให้การสนับสนุนทางอาวุธและการฝึกการใช้กับกลุ่มตาลีบันที่เป็นกลุ่มกองกำลังที่ใหญ่สุด ขนาดอาวุธจรวดประทับบ่าอย่างสติงเกอร์ ซึ่งทันสมัยสุดมีแค่กองทัพสหรัฐฯและนาโตในขณะนั้น ก็นำมาให้ตาลีบันใช้ยิงมิกส์ของโซเวียต

สงครามในครั้งนั้นกินเวลา 10 ปี โซเวียตหมดงบประมาณไปมหาศาล จนในที่สุดจากสถานการณ์บีบรัดหลายด้าน ต้องยอมสงบศึกและถอนทหารออกไป จากนั้นไม่นานโซเวียตก็ล่มสลายแตกเป็นหลายประเทศมาถึงปัจจุบัน

ตาลีบันจึงจัดตั้งรัฐบาลปกครองประเทศเป็นรัฐอิสลามและใช้กฎหมายอิสลาม ซึ่งสอดรับกับขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอัฟกันส่วนใหญ่ แต่ในสายตาตะวันตกมองว่าล้าสมัย ถึกเถื่อน จึงเริ่มโหมประโคมด้วยสื่อตะวันตกโจมตีภาพลักษณ์รัฐบาลตาลีบัน

ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯก็ยังคงให้การสนับสนุนรัฐบาลตาลีบันมาตลอดเพื่อหวังใช้เป็นบันไดนำไปสู่การขยายอิทธิพลเข้าไปในเอเชียกลาง

ต่อมาสหรัฐฯโดยบริษัทยูโนแคล ต้องการขุดบ่อก๊าซขนาดใหญ่ในอุชเบกิสถานและจำเป็นต้องสร้างท่อก๊าซผ่านอัฟกานิสถานไปออกทะเลที่ปากีสถาน โดยยูโนแคลต้องการสัมปทานท่อก๊าซในอัฟกานิสถาน

แต่ทางรัฐบาลตาลีบันให้เปิดประมูลและประเทศอาเจนตินาชนะการประมูล เท่านั้นเองสหรัฐฯก็เริ่มมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลตาลีบัน และโจมตีเผยแพร่ทางสื่อว่าตาลีบันเป็นพวกป่าเถื่อน เป็นพวกผู้ก่อการร้าย

จนในที่สุดเกิดเหตุถล่มตึกเวิร์ลเทรด 9/11 สหรัฐฯโดยจอร์ช บุช ก็หาเหตุถล่มอัฟกานิสถาน และล้มรัฐบาลตาลีบัน โดยกล่าวหาว่าเป็นแหล่งซ่องสุมผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะอัลกออิดะห์ และสมคบกันถล่มเวิร์ลเทรด ซึ่งความจริงในระยะต่อมาก็ได้มีการเปิดเผยว่าสหรัฐฯนั่นแหละหนุนอัลกออิดะห์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทำลายรัฐบาลที่ตนไม่ประสงค์ รวมทั้งกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลามที่จัดตั้งในระยะต่อมาโดยสหรัฐฯสนับสนุน

จากนั้นมาสหรัฐฯก็สนับสนุนรัฐบาลหุ่นของอัฟกานิสถานตลอดมา ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีคาไซ มาจนถึงประธานาธิบดีฆานี ที่ตอนนี้ลี้ภัยไปสหรัฐฯแล้ว

ตลอดเวลา 20 ปี ตาลีบันต้องเผชิญกับการสู้รบกับกองทหารสหรัฐฯ และพันธมิตรพร้อมอาวุธทันสมัย แต่ด้วยเลือดนักสู้และอาศัยภูมิประเทศ จึงทำสงครามยืดเยื้อยาวนาน จนสหรัฐฯกระเป๋าฉีก เพราะหมดเปลืองงบประมาณจำนวนมาก ตลอดจนสูญเสียกำลังพลไปจำนวนไม่น้อย

ที่น่าสงสารคือประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ต้องมาล้มตายจากการทิ้งระเบิดโดยไม่ระมัดระวังของสหรัฐฯเป็นจำนวนมาก จนศาลระหว่างประเทศนำเรื่องเข้ามาพิจารณาเพื่อดำเนินคดีกับผู้ปฏิบัติงานของสหรัฐฯ แต่ก็โดนสหรัฐฯแซงก์ซั่นจนแม้แต่คณะอัยการศาลโลกจะเดินทางไปสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก สหรัฐฯก็เข้าไม่ได้สหรัฐฯไม่ให้วีซ่า อย่างนี้ก็มี

มาถึงตอนนี้ตาลีบันยึดประเทศได้แล้ว ก็เตรียมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งหลายคนก็ตีโพยตีพายว่ากรุงคาบูลแตกแล้วอย่างนี้คงจะเกิดเหตุวุ่นวายจลาจล เหมือนไซ่ง่อนแตก แบกแดดแตก เบงกาซี และตริโปลีของลิเบียแตก คงมีการเข่นฆ่า แก้แค้นเอาคืนจากตาลีบัน ต่อผู้รับใช้อเมริกัน และรัฐบาลเก่า หรือข่มเหงรังแกประชาชนในคาบูล ปล้นสะดมตลอดจนไล่สังหารคนต่างชาติ แต่ก็ต้องผิดคาดเพราะเหตุการณ์ในคาบูล แม้มีการอพยพหลบหนีด้วยความกลัวของประชาชนบางกลุ่ม และความโกลาหลในการขนย้ายของบางสถานทูต อย่างสหรัฐฯ อังกฤษ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของตนทั้งต่างชาติและพื้นเมือง ขนาดมีคนที่พยายามหนีโดยเกาะล้อเครื่องบินแล้วตกมาตาย

ในทางตรงข้ามกลับไม่มีการเข่นฆ่าสังหารประชาชนหรือทหารรัฐบาลที่ยอมวางอาวุธ จากกลุ่มติดอาวุธตาลีบัน และเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ในคาบูลดีขึ้น ลองมาพิจารณาแถลงการณ์ของรัฐบาลชั่วคราวตาลีบันดูครับ

#แถลงการณ์ของตาลีบันเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดและการเปลี่ยนแปลงในประเทศอัฟกานิสสถาน
เราขอประกาศประเด็นต่อไปนี้:

1. แท้จริงแล้ว ภูมิภาคและรัฐต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเอมิเรตอิสลามนั้นเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของความนิยมและการยอมรับของเอมิเรตอิสลามในหมู่ประชาชน เพราะการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่และรวดเร็วเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยกำลัง แต่แท้จริงแล้วเป็นชัยชนะและความโปรดปรานจากพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ จากนั้นจึงได้รับการสนับสนุนและการปกป้องจากผู้คน และเราทุกคนต้องขอบคุณพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพทั้งทางวาจาและการกระทำ

2. สาธารณรัฐอิสลามเอมิเรตให้ความมั่นใจแก่พลเมืองทุกคนว่าจะรักษาชีวิต เงินทอง และเกียรติยศของตน และจะสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยให้กับทุกคน ดังนั้นจึงไม่มีใครควรกังวลเรื่องนั้น

3. มุจาฮิดีนแห่งอิสลามเอมิเรตควระมัดระวังอย่างยิ่งกับสาธารณูปโภค หน่วยงานของรัฐ เฟอร์นิเจอร์และทรัพย์สินของหน่วยงาน สวนสาธารณะ ถนน และสะพาน ล้วนเป็นของประชาชนควรรักษาอย่างเคร่งครัด

4. บรรดาผู้ที่เคยร่วมงานกับผู้ยึดครองในอดีต หรือเคยช่วยเหลือ หรือยังอยู่ในกลุ่มบริหารที่ทุจริต เอมิเรตอิสลาม เปิดรับพวกเขาและประกาศนิรโทษกรรมทั่วไปแก่พวกเขา และเราขอเชิญทุกคนสักมารับใช้ประชาชนและประเทศชาติของตนอีกครั้ง

5. ผู้ใดเข้าอยู่ภายใต้การปกครองของเอมิเรตอิสลาม ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือน ทางเอมิเรตอิสลามตั้งใจที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับพวกเขาเพื่อรับใช้ประชาชนและประเทศของพวกเขา ความสามารถและคุณสมบัติของพวกเขาจะถูกนำไปใช้ในการบริการของชาติและ พลเมืองจึงไม่มีใครต้องกังวลเรื่องนั้น

6. ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเอมิเรตอิสลามควรดำเนินชีวิตตามปกติโดยเฉพาะหน่วยงานราชการ (ด้านการศึกษา สุขภาพ สังคม และวัฒนธรรม) พวกท่านไม่ควรออกจากพื้นที่นี้คือประเทศของเขา พวกเขาควรดำเนินชีวิตตามปกติเพราะประชาชนและประเทศชาติต้องการบริหารและพัฒนาด้วยความสามารถของท่าน อัฟกานิสถานเป็นบ้านสำหรับทุกคน และเราจะช่วยกันและสร้างมันไปพร้อมกัน

7. รัฐบาลคาบูลเริ่มโฆษณาชวนเชื่อโดยให้ข้อมูลเท็จแก่บางประเทศและองค์กร ระหว่างประเทศ ต่อมูจาฮิดีนแห่งรัฐอิสลามเอมิเรต เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ต่อรัฐอิสลามเอมิเรตซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

8. อิสลามเอมิเรตแห่งอัฟกานิสถานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ใด (ไม่ใช่รถยนต์ ที่ดิน บ้าน ตลาด และร้านค้า) แต่ถือว่าการปกป้องเงินและชีวิตของผู้คนเป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่งของเรา

9. ใครก็ตามที่เพิ่งได้รับรับข้อมูลโฆษณาชวนเชื่อของศัตรูและย้ายออกจากพื้นที่ของเขาไปที่อื่นหรือออกจากประเทศพวกท่านควรจะกลับบ้านไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือพนักงานของรัฐก็ตาม ไม่มีอันตรายหรือภัยคุกคามจากเรา เราจะรับประกันในชีวิต ทรัพย์สิน และเกียรติยศของพวกเขา จะต้องปลอดภัย

10. รัฐอิสลามแห่งเอมิเรตสั่งมูจาฮิดีนของตนจะไม่ให้เข้าไปในบ้านของใครโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะไม่ทำเลือดใครตก และไม่แตะต้อง ทรัพย์สิน หรือเกียรติของพวกท่าน ตรงกันข้าม พวกเราต้องปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และเกียรติยศของผู้คน

11. ศัตรูอาจจ้างคนบางคนมาทำร้ายผู้คนและทำร้ายพวกเขาในนามของมูจาฮิด ในการนี้ ประชาชนต้องร่วมมือกับมูจาฮิดีน ของเอมิเรตอิสลาม

12. เราขอส่งข้อความของเราถึงพ่อค้า นักลงทุน และเจ้าของแรงงานฝีมือและอุตสาหกรรมให้พวกท่านทำงานต่อไปด้วยความมั่นใจและให้บริการประชาชนของตนต่อไป และรัฐอิสลามจะสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับพวกเขาในการดำเนินการ ธุรกิจและกิจกรรมของพวกเขา ในเรื่องนี้ อิสลามเอมิเรตจะทำทุกอย่างเพื่อสนับสนุนอย่างเต็มความสามารถ

13. เราขอรับรองกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดว่าจะไม่ทำให้พวกเขามีปัญหาใด ๆ จากฝ่ายเรา ดังนั้นพวกเขาจะต้องมั่นใจอย่างสมบูรณ์ ในขณะที่เรารับรองนักการทูต ลูกจ้างของสถานทูต สถานกงสุล และสถาบันการกุศลทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติหรือพลเมืองในท้องถิ่น ว่าพวกเขาจะไม่ประสบปัญหาใด ๆ จากเอมิเรตอิสลามและไม่เพียงเท่านั้น ทางรัฐอิสลามจะจัดหาสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและให้ความมั่นใจแก่พวกเขา

หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์
อิสลามเอมิเรตแห่งอัฟกานิสถาน
4/1/1443
22/5/1400 AH – 13/8/2021 AD
: อาลีมาฮาอาระบี
abdulnaseed นำเสนอ

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow