ศบค.เผยพบผู้ติดเชื้อ91ราย-ยอดจองที่พักในภูเก็ต76วันนทท.กว่า3หมื่นราย

วันที่ 15 ก.ย. 64 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. เปิดเผยว่า ในที่ประชุมศปก.ศบค. ทางฝ่ายความมั่นคงได้สรุปรายงาน ถึงมาตรการต่างๆที่ศบค.ออกมา ซึ่งมีทั้งได้รับความร่วมมือและไม่ได้รับความร่วมมือ จึงต้องขอความร่วมมือจากคนส่วนใหญ่ ถึงแม้จะมีตัวเลขจากคนส่วนน้อยที่มีการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมีรายงานวันที่ 13 กันยายน 5,357 ราย โดยระบุว่ามีเหตุจำเป็น 5,200 ราย โดยนอกด่านทางศปม. ยังทำหน้าที่และตรวจพบกรณีการเสพยาเสพติด มั่วสุม ดื่มสุรา ถึงแม้จะมีผู้กระทำผิดเพียงหลักสิบหรือหลักหน่วยแต่ก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ ส่วนในกทม.ตัวเลขกระทำผิด ที่อยู่ในด่าน-ออกนอกเคหสถาน 185 ราย ยาเสพติด 22 ราย ดื่มสุรา 12 ราย ส่วนนอกด่าน-ออกนอกเคหสถาน 116 ราย ยาเสพติด 40 ราย การพนัน 13 ราย มั่วสุม 7 ราย ดื่มสุรา 5 ราย อื่นๆ 26 ราย ซึ่งต้องขอความร่วมมือ กันให้ได้มากที่สุดและบ้านใกล้เรือนเคียงหากได้ยินเสียงหรือพบเห็น สามารถโทรศัพท์เข้ามาร้องเรียนได้ที่ 191, 1599, 1138

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมศปก.ศบค. ยังได้มีการหารือกันว่า ตอนนี้ใกล้ถึงฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว และได้รับรายงานเรื่องการทำงานของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ พบว่า ยอดการจองที่พัก ช่วง 1 ก.ค. – 14 ก.ย.นี้ สะสม 76 วัน ประมาณ 524,221 คืน จำนวนคน 32,005 คน และพบว่าจากการตรวจหาเชื้อในครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 พบผู้ติดเชื้อเพียง 91 คน ส่วนใหญ่พบเชื้อเดลต้า ส่วนการติดเชื้อใหม่ในพื้นที่ มีรายงานว่า 229 ราย มีทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในพื้นที่ภูเก็ต แต่ชาวต่างประเทศนั้นเป็นศูนย์ โดยทางนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ที่ได้คอนเฟอเรนซ์มาร่วมประชุมได้รายงานว่ารับมือไหว มีสมรรถนะในการรักษาที่รองรับได้ ถึงแม้จำนวนของคนป่วยและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่ง 90% แข็งแรงดี มีอาการไม่มาก อยู่ในกลุ่มสีเขียว ส่วนกลุ่มสีเหลืองสีส้มนั้นมีประมาณ 4% สีแดงประมาณ 6% สำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางมาประเทศไทย ที่ภูเก็ตอันดับสูงสุดได้แก่ สหรัฐอเมริกา อิสราเอล ยูเออี ยูเค เยอรมันนี อื่นๆ

ส่วนโครงการ 7+7 ใน 3 จังหวัด เช่น สุราษฎร์ธานี ที่เกาะสมุย เกาะพงันเกาะเต่า รายงานว่ามีการเข้าพักประมาณ 3,900 กว่าคืน พังงา ที่เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ เขาหลัก ประมาณ 1,900 กว่าคืน กระบี่ ที่เกาะพีพี ไร่เลย์ เกาะไหง อีก 1,263 คืน รวม 3 จังหวัด 7,135 คืน นี่คือช่องทางของการทำให้เศรษฐกิจของคนที่พึ่งพาทางด้านการท่องเที่ยวพอจะหายใจหายคอออกบ้าง

เมื่อสอบถามทาง ศบค. ว่า มีแผนการรับการท่องเที่ยวที่จะเปิดประเทศในวันที่ 1 ตุลาคมนี้อย่างไรบ้าง นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะผอ.ศบค. สั่งการว่าให้มองไปถึงในช่วงที่เรามีฤดูกาลท่องเที่ยวในภาคปกติคือไตรมาส 4 ของทุกปี หรือ ไฮซีซั่น เพื่อที่จะดูว่าเราจะต้องเตรียมตัวอะไรกันอย่างไร ในขณะที่จะต้องอยู่กับ โควิด-19 ไปเรื่อยๆอย่างนี้ ก็จำเป็นที่ต้องปรับตัว จึงได้ให้นโยบายมาเป็นข้อสั่งการว่า ขอให้เตรียมความพร้อมให้กับนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อที่จะได้ท่องเที่ยวกันในช่วงไฮซีซั่นนี้ โดยให้ไปดูในพื้นที่ เพื่อที่จะประกาศพื้นที่นำร่อง คือ

1. พื้นที่นำร่องท่องเที่ยวปลอดภัยจาก โควิด-19 หรือโควิดฟรี ทัวริสต์แอเรีย แซนด์บ็อกซ์ ที่มีภูเก็ตแซนบ็อกซ์ทำเป็นตัวอย่างมาแล้ว จึงได้มอบให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย ไปร่วมกันพิจารณา เช่น พื้นที่เกาะ พื้นที่ที่มีสนามบิน

2. ต้องมีมาตรการป้องกันและควบคุม โควิด-19 ในพื้นที่นั้นๆ และต้องได้รับความเห็นชอบในการดำเนินการ โดยดูความพร้อมของประชาชนในพื้นที่ด้วยว่าพร้อมหรือไม่ตัวเลขผู้ติดเชื้อมีไม่มาก สามารถควบคุมได้ จำนวนการฉีดวัคซีนเหมาะสม และ3. มีขีดความสามารถในการรักษา มีเตียงมีทรัพยากรทางการแพทย์และพยาบาลเพียงพอหรือไม่ หากเกิดการระบาดขึ้นมาจะสามารถควบคุมโรค สามารถให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนั้นๆได้อย่างเพียงพอ ทั้งนี้ ให้พิจารณาระยะแรกเป็นพื้นที่นำร่อง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป หากมีความพร้อมให้เปิดทดลองดำเนินการ ส่วนระยะที่สองก็อาจจะเป็นพื้นที่อื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นในช่วงระยะเวลา 15 ตุลาคม หรือ 1 พฤศจิกายน ไปแล้ว ที่อาจจะเปิดพื้นที่ที่มีความพร้อมอื่นๆ เช่น ทะเลในภาคตะวันออก ภูเขาในภาคเหนือ หากพร้อมก็ให้ทดลองดำเนินการ

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow